9 สิ่งผิดหลักฮวงจุ้ย ไม่ควรเก็บไว้ในบ้าน!

ข้อควรระวัง ตามหลักของฮวงจุ้ย ของสิ่งอัปมงคลผิดหลักฮวงจุ้ยไม่ควรเก็บไว้ในบ้าน มาดูกันว่าในบ้านมีสิ่งอัปมงคลผิดหลักฮวงจุ้ยอยู่หรือไม่ ถ้ามีควรนำไปทิ้ง เพราะถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีที่จะนำเรื่องร้าย ๆ มาให้ ชีวิตต้องเผชิญกับความโชคร้ายอยู่ร่ำไป และเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับคนในบ้าน จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งดังต่อไปนี้

1.นาฬิกาตาย

ในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่า ไม่ควรเก็บสิ่งของที่พังเสียหายเอาไว้ในบ้าน โดยเฉพาะนาฬิกาที่ตายแล้ว เพราะมันจะสื่อถึงการเสียชีวิต และอาจจะนำมาซึ่งการสูญเสียภายในบ้าน ถ้าไม่อยากโยนทิ้งก็รีบซ่อมซะ

  1. ประตูสีดำ

แม้เทรนด์การแต่งบ้านด้วยประตูสีดำกำลังมาแรง แต่ในทางฮวงจุ้ยมันกลับหมายถึงประตูที่จะนำพามาซึ่งความโชคร้าย เป็นประตูที่คอยเปิดต้อนรับสิ่งไม่ดีให้เข้ามาในบ้าน ยกเว้นถ้าหน้าประตูบ้านหันไปทางทิศเหนือพอดิบพอดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่น่ากังวล

  1. กระจก

กระจกเป็นของใช้ที่จำเป็นชิ้นหนึ่งในบ้านเลยก็ว่าได้ แต่ในทางฮวงจุ้ยนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระจกดีหรือกระจกแตก ก็ล้วนสื่อความหมายในทางลบทั้งสิ้น โดยมีความเชื่อกันมาว่ากระจกสามารถดูดวิญญาณทำให้คนในบ้านเจ็บไข้ได้ป่วยและล้มตายได้

4. ปฏิทินเก่า

ข้อนี้ไม่ได้หมายความถึงปฏิทินเก่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงปฏิทินที่แสดงวัน เดือน และปี ที่ผิดไปจากปัจจุบันอีกด้วย เป็นการสะท้อนถึงเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มาในอดีต ทำให้เกิดผลกระทบในทางลบกับชีวิตของคนในบ้าน

  1. จาน-ชามแตก

ต่อให้เสียดายแค่ไหนก็ควรโยนทิ้ง เพราะการเก็บจาน-ชามที่แตกหรือชำรุดเสียหายเหล่านี้เอาไว้ในบ้านหรือกลับนำมาใช้งาน เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำและสะกดจิตใต้สำนึกของเราให้เปิดรับแต่เรื่องแต่แย่ ๆ เข้ามาในชีวิตและบ้านของเราเอง

  1. ต้นไม้มีหนาม

ต้นไม้มีหนามอย่าง ต้นไม้ตระกูลกระบองเพชรและพืชชนิดอื่น ๆ ยกเว้นกุหลาบนั้น ไม่ควรนำมาปลูกเอาไว้ในบ้าน หรือนำมาประดับตกแต่งภายในบ้านโดยเด็ดขาด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าต้นไม้เหล่านี้นำมาซึ่งพลังงานด้านลบและความโชคร้าย

  1. ต้นไม้ที่ตายแล้ว

หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลามากพอที่จะดูแลต้นไม้ก็ไม่ควรเลี้ยง เพราะถ้าปล่อยให้มันเหี่ยวแห้ง ขาดน้ำ และยืนต้นตายอยู่ภายในบ้าน ก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดทางให้สิ่งไม่ดีและความโชคร้ายก้าวเข้ามาในชีวิต

  1. ผนังสีเขียว

หลายคนอาจจะตกใจว่า สีเขียวเป็นสีธรรมชาติจะมีความหมายถึงสิ่งอัปมงคลได้อย่างไร ซึ่งต้องเท้าความไปในอดีตที่มีการนำสารหนูมาทาผนังให้เป็นสีเขียวและเมื่อผนังเริ่มแห้ง สารที่ทาไปจะปล่อยก๊าซพิษออกมาเพื่อฆ่าคน ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อที่ว่าผนังสีเขียวเป็นผนังอัปมงคลนั่นเอง

  1. เก้าอี้โยกที่ไม่ได้ใช้งาน

บ้านไหนที่ได้รับเก้าอี้โยกมาเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมา แล้วไม่เคยได้ใช้งานเลย แถมยังตั้งเอาไว้ในบ้านเฉย ๆ รู้หรือไม่ว่านั้นเป็นหลักฮวงจุ้ยที่ผิดอย่างแรง เพราะมีความเชื่อที่ว่า หากปล่อยให้เก้าอี้โยกว่างเปล่าและไม่มีการใช้งาน พลังงานในด้านมืดก็จะมานั่งอยู่บนเก้าอี้แทนที่ ยิ่งถ้าร้ายไปกว่านั้นหากเก้าอี้เกิดโยกเอง แสดงว่ามีวิญญาณร้ายสิงอยู่และจะนำมาซึ่งความโชคร้ายหรือการสูญเสียภายในบ้าน

โหงวเฮ้ง เลือกทรงผมให้ถูกโฉลก

โหงวเฮ้ง” เป็นการพยากรณ์บุคลิก ลักษณะนิสัย โชคลาภ ฯลฯ ของคนเรา โดยอาศัยลักษณะพื้นฐานหลัก ๆ 5 จุด คือ ตา หู จมูก ปาก และคิ้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผันโชคชะตานั้น ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนั้น ก็คือ ทรงผม

ทรงผมจะมีความเกี่ยวเนื่องกับ โหงวเฮ้ง ขนาดไหนนั้น อาจารย์ณรงค์ รัตโนบล ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการโหงว เฮ้งมานานถึง 17 ปี ได้อธิบายไว้ว่า

“โหงวเฮ้ง” ทั้ง 5 จุด จะว่าไปแล้วมีความสำคัญและมีบทบาทต่อการทำนายเท่าเทียมกันหมด เพียงแต่บ่งบอกในเรื่องราวคนละจุดต่างกัน

ใบหน้าลักษณะใด รับกับผมทรงใด?

การจะกำหนดทรงผมเพื่อให้รับกับโหงวเฮ้งนั้นมีหลักพื้นฐานง่าย ๆ คือ การดูตามลักษณะเครื่องของรูปหน้า ซึ่ง ก็คือ การดูระบบธาตุ นั่นเอง แบ่งออกได้เป็น 5 ธาตุ คือ ธาตุทอง ธาตุไฟ ธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน

* ธาตุทอง คือ ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม ผิวขาว

* ธาตุไฟ คือ ใบหน้าแหลม ผิวออกคล้ำ

* ธาตุไม้ คือ ใบหน้ารูปยาว หรือ รูปไข่ ผิวขาว

* ธาตุน้ำ คือ ใบหน้ารูปกลม ผิวสองสี หรือ ผิวคล้ำ

* ธาตุดิน คือ ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมู ผิวสีอมเหลือง

การกำหนดลักษณะทรงผมจะต้องดูประกอบกับรูปหน้า เช่น คนธาตุทองมีใบหน้าสี่เหลี่ยมเป็นลักษณะที่เข้มแข็ง ควรไว้ยาว เรียบ ๆ ให้ดูหวานหน่อย คนธาตุไฟ ถ้าทำผมพองฟูแนบทรงฟาร่าห์จะช่วยเสริมโหงวเฮ้งได้ดี ถ้าลักษณะใบหน้า ต้องตามลักษณะธาตุน้ำ คือ ใบหน้ากลม หรือ ธาตุไม้ คือ ใบหน้ารูปยาว และรูปไข่ สามารถทำทรงผมได้อิสระ

ผมหน้าก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดบุคลิกของคน คุณจะเป็นนกน้อยในไร่ส้ม หรือเป็นสาวใหญ่ ทรงคุณวุฒิ มาด เคร่งขรึมได้ก็ด้วยทรงผมนี่แหละ แต่การจะทำผมหน้าม้า รวบผมเรียบตึง หรือ ทำกะบังเปิดหน้าผากก็ต้องให้รับกับรูปหน้า และต้องตามโหงวเฮ้ง ซึ่งถ้าจะดูกันตามหลักการแล้ว

“ชายกินช่วงหน้าผาก หญิงกินช่วงคาง” ผู้หญิงต้องหน้าผากแคบจึงจะดีแต่คางต้องอิ่มเอิบ จึงจะมีบุตรหลาย ร่ำรวยเจริญก้าวหน้า มีลูก บริวาร และสามีที่ดี ขณะที่หน้าผากกว้าง หมายถึงเป็นคนมีความสามารถ มีปัญญา มีความเป็นผู้นำ มากกว่าผู้ตาม ถ้าเป็นหญิงมักจะชอบอยู่เหนือผู้ชายส่วนใหญ่จะหย่าร้าง เว้นแต่จะได้คู่ครองที่เข้าใจ มีเหตุผลจึงจะอยู่กันยืด

การจะทำทรงผมให้รับกับใบหน้า ต้องดูว่าคนนั้นเป็นคนธาตุอะไร ถ้าธาตุทอง ใบหน้าสี่เหลี่ยม และมีหน้าผากกว้าง จะดูแข็งมาก ควรทำทรงผมที่ปิดหน้าผากสักครึ่งหนึ่งไว้ผมยาวจะดี ถ้ามีใบหน้าแหลม หรือรูปไข่ ควรทำผมเปิดหน้าผาก แต่ บางครั้งการทำผมม้าปิดหน้าผากก็ทำให้ผู้นั้นดูลึกลับภาพพจน์ไม่ค่อยดี ดูมีเล่ห์เหลี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีตาหลุกหลิก ตา คมมาก ๆ แต่ถ้าตาอ่อน ตาเย็น ทำผมหน้าม้าได้”

ในเมื่อผู้หญิงไม่ควรมีหน้าผากกว้างเกินไป เรื่องหัวเถิกล้านสำหรับผู้หญิงจึงถือเป็นโหงวเฮ้งที่ไม่ดีเช่นกัน …..

สถิติที่พบหัวเถิกล้านในผู้หญิงร้อยทั้งร้อยไม่ดี คือ มักจะมีประวัติหย่าสามี …ส่วนในผู้ชายหัวเถิกล้านดี แต่จะล้านมากล้านน้อยก็ขึ้นกับรูปหน้าอีกเช่นกัน ถ้าหน้ารูปสี่เหลี่ยม หัวล้านมากไม่ดี หน้า รูปกลม หัวล้านได้มากถึงครึ่งกบาล แต่ไม่ถึงกับทรงผมในราชวงศ์แมนจู ถ้ามีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูจะหัวล้านมากแค่ไหนก็ ได้

จากหน้าผากกว้างมาถึงศีรษะล้าน มีจุดโหงวเฮ้งอีกจุดที่คั่นระหว่างกลาง คือ คิ้ว ซึ่งมีส่วนสำคัญไม่แพ้ในจุดอื่น เป็น ตัวที่สื่อถึงอารมณ์ อาทิ ….ลักษณะคิ้วที่ดี คือ คิ้วที่มีลักษณะเรียบ เป็นเส้นยาวขวาง ใสเป็นเงามันเรียงเส้นเป็นระเบียบไม่ใช่หยาบหนา ยุ่งเหยิง และต้องให้ได้ระดับระหว่างตากับหน้าผาก คิ้วที่มีลักษณะหนาส่วนใหญ่จะไม่ดี คิ้วชนกันบอกถึงความเป็นคนอารมณ์ร้อน คิ้วขมวด หมายถึง เป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวน ฉะนั้นแนวการแต่งคิ้วสำหรับสาวที่มีโหนกคิ้วสูง จึงควรเขียนคิ้วเพียงเล็ก ๆ อย่างเขียนเข้ม มาก ๆ และถ้ามีขวัญที่คิ้วก็ควรโกนทิ้งแล้วเขียนใหม่เลย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขโหงวเฮ้ง นอกจากจะใช้การแต่งหน้า-ทำผมเข้าช่วย บางครั้งถึงกับมีการทำศัลยกรรมโหงว เฮ้งกันเลย ซึ่งก็สามารถแก้ไขได้บ้าง แต่ไม่ถึงกับพลิกโชคชะตาแบบหน้ามือเป็นหลังมือเสียทีเดียว อีกทั้งการทำศัลยกรรม ถ้า จะให้ได้ผลอย่างที่ต้องการก็ต้องดูส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย

“การจะไปผ่าตัดเสริมแต่งให้วิถีชีวิตดีขึ้น อย่าง ดวงตา ต้องดูว่าจุดเสียนั้นมีมากถึงขนาดต้องทำมั้ย เช่น ถ้าตามี ขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ก็ควรไปผ่าตัดตบแต่งให้เท่ากัน เพราะตา คือ ความสว่าง พระอาทิตย์ พระจันทร์ ให้ความรุ่งโรจน์ ทุก อย่างต้องดูระบบหน้าด้วย อย่างหางตาตก หรือ ตาพองกลมก็ควรทำ

ลักษณะจมูกที่ควรเสริม คือ จมูกที่มีลักษณะตรงกลางใหญ่มาก โหนกแก้มต่ำ เพราะถือว่าไม่ดี หรือ จมูกเล็ก โหนก แก้มสูง ก็ควรจะเสริมจมูกให้โด่งขึ้น เพื่อสมดุลกับโหนกแก้ม หรือ ลักษณะจมูกคด เป็นแอ่งตรงกลมก็ควรทำจมูกเช่นกัน

ที่สำคัญ คือ เวลาจะทำอะไรควรดูจังหวะด้วย เช่น เวลาโหงวเฮ้งเดินมาช่วงตา ในช่วงอายุระหว่าง 35-40 ปี ก็ไม่ ควรทำตา และในจุดอายุ 40-50 ปี ก็ไม่ควรทำจมูก ไม่เช่นนั้นจะมีวิกฤตทันที”

ทั้งนี้ก็เพราะว่าลักษณะโครงสร้างทุกอย่างบนใบหน้าเกี่ยวเนื่องกันหมดการจะทำสิ่งใดกับเครื่องเคราส่วนนี้ถ้าไม่ ถูกจังหวะ ไม่ถูกลักษณะ ก็สามารถผันวิถีชีวิต หรือเป็นการปิดกั้นสิ่งที่ควรจะได้ จึงควรมีการตรวจเช็คโหงวเฮ้งกันบ้างสัก 6 เดือนครั้ง

ลักษณะของคิ้ว

คิ้วเฉียงตรง

เป็นลักษณะของคนใจกล้า นักเลง ค้าขายธุรกิจ การงานดี แต่ตลบตะแลงและช่างนินทา ถ้าเป็นเส้นตรงขนานกับดวงตาแสดงว่าถนัดในเรื่องเซกส์มาก

คิ้วยาว

เป็นคนที่จะประสบความสำเร็จและร่ำรวย แต่เป็นคนที่คบยาก

คิ้วโก่งสูง

เหมือนคันศรหรือคนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เป็นคนมีความสำคัญในกลุ่มหรือสังคม มีนิสัยดี แต่คุยโวไม่ทำจริงและชอบวางมาดอยู่เสมอ

คิ้วเรียบได้รูป

ขนคิ้วเรียงกันเรียบร้อยสวยงาม เป็นคนที่รักความสงบสุข มีนิสัยอ่อนโยน แต่ขี้อิจฉาไปหน่อย

คิ้วดกหนา

เป็นคนแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยวมั่นคง และกร้าวแกร่ง ถ้าเป็นผู้หญิงจะขาดความอ่อนหวาน ทั้งที่เจ้าตัวมีความอ่อยโยนแฝงอยู่ภายใน แต่ถูกบดบังเสียหมด

คิ้วเรียวบาง

แสดงว่าเป็นคนที่ไวต่อความรู้สึก อ่อนไหวและหวาดวิตกอยู่เสมอ

คิ้วแปรงสีฟัน

สั้นหนาและเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเหมือนแปรงสีฟัน เป็นคนมีนิสัยหลุกหลิก วอกแวก ไม่อยู่กับร่องกับรอย เอาแน่อะไรไม่ได้ อย่าหลงเชื่อง่ายๆ

คิ้วขมวด

คิ้วที่ขมวดมุ่นและคิ้วที่มีหัวเกือบจะชิดกัน เป็นลักษณะของคนเจ้าอารมณ์ขี้ระแวง และขี้หึงอย่างแรง

คิ้วไม่เป็นระเบียบ

ขนคิ้วหยาบหนา ขึ้นเกะกะไม่เรียบร้อยแสดงว่าเป็นคนใจร้อน ขี้โมโห ควบคุมสติไม่ค่อยอยู่ ถ้าปลายแตกกระจาย ไม่เป็นแนว จะทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

คิ้วโก่งแต่ปลายหักลง

เป็นคิ้วของคนคิดช่างฝัน กล้าเสี่ยงแต่ต้องมีผู้คอยแนะนำ

คิ้วยาวและมีไฝในคิ้ว

แสดงว่าต่อไปจะทำงานใหญ่บรรลุผลสำเร็จ

คิ้วเฉียงตรงและปลายหักลง

เป็นคนขี้อาย เก็บเนื้อเก็บตัว แต่มีความสามารถอยู่ในตัว

ลักษณะที่โหวงเฮ้งไม่ดี

ลักษณะบนใบหน้าที่แสดงออก เช่น ความเศร้าหมอง หน้าดำคร่ำเครียด นัยน์ตาเศร้าไม่เป็นประกาย หรือตาขาวแดงกล่ำ หรือหางตาขาวมีเส้นเลือดสีแดงเล็กๆ สังเกตเห็นได้ชัดเจน นั่นคือ ลักษณะที่โหวงเฮ้งไม่ดี

โหวงเฮ้งที่ดีจะบ่งบอกลักษณะตรงกันข้าม

คือ หน้าผากสดใส ใบหน้าไม่ว่าจะเป็นแก้มทั้งสองข้าง จมูก นัยน์ตาที่สดใส

สำหรับผู้ที่โหวงเฮ้งไม่ดีก็มีทางแก้ไข การแก้ไขแก้ได้โดย

ถ้าหน้าผากดำ ก็เอาน้ำเย็นประคบหรือล้างเสีย แต่ไม่ควรล้างหน้าทั้งหมด เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ หรือล้างหน้าทั้งหมดไม่เกิดผลดี ธาตุทั้งห้าที่หมุนเวียนอยู่บนในหน้าของคนเราจะมีผลต่อโหวงเฮ้ง บางคนหน้าผากดำเพราะธาตุลมหรือธาตุไฟ แต่โหนกแก้มไม่สดใสหรือนัยน์ตาเศร้าหมอง ล้างหน้าทั้งหมดจะไม่เกิดผลดี ควรล้างเฉพาะหน้าผากให้สดใส เพราะธาตุลมหรือธาตุไฟเจอธาตุน้ำที่เราล้าง ถ้าจะทำให้ความร้อนหรือความแปรปรวนลดลงได้ นัยน์ตาไม่สดใส ตาขาวมีเส้นเลือดแดง ก็หายาหยอดตามาหยอดเสีย นอกจากนั้นแล้ว การสร้างกุศล การทำบุญทำทานก็มีผลต่อโหวงเฮ้ง การทำสมาธิ ถือศีลภาวนา การให้ทานมีผลต่อโหวงเฮ้งทั้งสิ้น

การเปลี่ยนแปลงบนใบหน้ามีผลต่อโหวงเฮ้งอย่างไร

มีหลายคนที่ไปเสริมสวย จมูกไม่โด่งก็เสริม ให้โด่ง หนังตาเป็นชั้นเดียวก็เสริมให้เป็นสองชั้น ดึงผม ดึงหน้า สิ่งที่ท่านได้ก็คือความสวย ความงาม แต่ท่านจะสูญเสียทรัพย์สินที่อยู่ ถามว่ามีผลต่อการดำเนินชีวิต การงานหรือไม่ คำตอบก็คือมีผลทุกส่วน บ้านที่เคยร่มเย็นเป็นสุขก็จะร้อน บ้านที่ดี จะต้องร้าว ต้องรั่ว การเสริมความงาม เช่น จมูกไม่โด่ง ก็เสริมให้โด่ง หนังตาชั้นเดียวทำให้เป็นสองชั้น จะมีผลคือ เคยมีอะไรอยู่ต้องสูญเสีย อาทิ สามีเคยกลับบ้านตรงเวลา ก็จะเปลี่ยนเป็นกลับบ้านไม่ตรงเวลา สามีที่ไม่เคยเที่ยวเตร่ก็จะเที่ยวเตร่ สามีอาจจะมีภรรยาน้อย หรือสามีเคยเที่ยวเตร่ กลับบ้านไม่ตรงเวลา เคยมีภรรยาน้อย ก็จะเปลี่ยนไป แต่ถ้าเขาไม่เปลี่ยน เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น จะทำให้เขาอายุสั้นลง หรือพูดง่ายๆ คุณกำลังจะเป็นม่ายเร็วขึ้น การงานก็จะมีผลทำให้ทุกอย่างพลิกผันในทางตรงข้ามที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ รวมไปถึงความมั่นใจในตัวคุณ จะมีความมั่นใจในตัวเอง มากขึ้น

นอกจากนั้นองค์ประกอบบนใบหน้าที่สมบูรณ์ จะบ่งบอกถึงอายุขอคนเราได้ เช่นใบหูสองข้าง บางคนหูสั้นทำนายว่าจะอายุสั้น แต่คนหูสั้นก็อายุยาวได้ เพราะยังมีองค์ประกอบอื่นที่มีผลต่ออายุ คือ ใบหูสองข้าง อาจจะหมายถึงข้างละ 10 ปี รวมกันเป็น 20 ปี ถ้าเสียหูข้างหนึ่งจาก 20 ปี ก็จะเหลือ 10 ปี คิ้วข้างละ 10 ปี รวมกันสองข้างเป็น 20 ปี ฟันทั้งหมดรวมกันเป็นอายุ 20 ปี ถ้าฟันหักไปซี่หนึ่งก็เหลือ 10 ปี ตาสองข้างให้มาข้างละ 20 ปี รวมกันเป็น 40 ปี ถ้าตาบอดไปข้างหนึ่งก็จะเหลืออายุไข 20 ปี ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าอายุขัยของคนเรา จะขึ้นอยู่กับใบหู ดวงตา ฟัน ริมฝีปาก แขนหรือขา เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มันหมายความรวมถึงทุกส่วนของร่างกาย

การประพฤติปฏิบัติตัวยังมีผลต่อโหวงเฮ้ง เช่น อดหลับอดนอน หลงใหลในความบันเทิงเริงรมย์ ทำให้ใบหน้าซีดเซียว

ถ้าหน้าผากเล็ก หน้าผากเตี้ย หน้าผากต่ำ หน้าผากแคบ แต่อยากทำงานให้ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง ต้องไม่ไว้ผมปิดหน้า ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีหน้าผากลึก แนะนำว่าอย่าเปิดหน้าหมด เพราะจะทำให้ชีวิตต้องยืนหยัดอยู่ด้วยตัวคุณเอง บิดา มารดา จะไม่ได้เห็นความสำเร็จของท่าน

เทคนิคจัดบ้านให้ผ่อนคลาย ตามหลักฮวงจุ้ย

เมื่อการใช้ชีวิตประจำวันอยู่นอกบ้านทำให้คุณต้องเครียด การกลับมาบ้านและได้เห็นบรรยากาศผ่อนคลายคงจะเป็นทางออกที่ดีกว่า โดยเฉพาะการตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ที่จะช่วยให้คุณเปิดรับพลังชี่ สามารถสร้างบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย และมีพลังดี ๆ หมุนเวียนอยู่โดยรอบ วันนี้เรามีเทคนิคการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อเปิดรับพลังสงบมาฝากกันค่ะ

  1. ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน

ทำแบบนี้ทุกวันให้ติดเป็นนิสัย ร่องรอยความเครียด มลภาวะ และสิ่งสกปรกที่คุณต้องเผชิญตอนออกไปทำงานข้างนอก จะได้ไม่เข้ามารบกวนในตัวบ้าน ให้ภายในมีแต่พลังความสงบหมุนเวียนอยู่เท่านั้น รวมทั้งเพื่อให้พื้นบ้านไม่เลอะเทอะจนทำความสะอาดยากอีกด้วย ทั้งนี้ถ้าไม่สะดวกจะถอดรองเท้านอกบ้าน อาจหาชั้นรองเท้ามาวางไว้ตรงทางเดินเข้าบ้านเพื่อความสะดวกและเป็นระเบียบแทนก็ได้นะคะ รับรองว่าจะไม่ขวางพลังดี ๆ ที่หมุนเวียนอยู่แน่นอน

  1. จัดของจุกจิกให้เป็นระเบียบ

พวกของเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เมื่อถูกวางระเกะระกะไว้ทั่วห้องแล้ว จะเป็นตัวทำลายสมดุลของห้องไปเลย เพราะนอกจากจะทำให้ห้องดูรกไม่น่ามองแล้ว ยังทำให้พลังงานหมุนเวียนได้ยาก จนคุณไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่อีกต่างหาก ฉะนั้นมองหาตู้เก็บของมาใช้ให้เป็นระเบียบดีกว่านะ เวลาจะหยิบใช้จะได้หาเจอสะดวกมากขึ้นด้วยค่ะ

  1. ทำบ้านให้ปลอดโปร่งอยู่เสมอ

แสงและอากาศถ่ายเทในบ้านนับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้บ้านของคุณดูไม่อับชื้นมากเกินไปจนคนอยู่พลอยรู้สึกหดหู่ แถมยังทำให้พลังงานในบ้านหมุนเวียนได้ดีอีกด้วย คุณจึงควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทบ้าง และติดไฟให้เหมาะสม ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป และยิ่งถ้าหาไม้ประดับมาเลี้ยงด้วย ก็จะทำให้คุณได้ชื่นชมกลิ่นหอม ๆ และสีสวย ๆ ของมันได้ในเวลาเดียวกัน

  1. จัดมุมที่นอนให้เหมาะสม

รู้ ๆ กันอยู่ว่าการนอนเป็นการเติมพลังงานที่สำคัญมากแค่ไหน เพราะช่วยให้เราได้พักผ่อนเอาแรง ก่อนที่จะต้องไปเหนื่อยอีกครั้งในวันต่อไป และเพื่อให้คุณสามารถพักได้เต็มที่ก็ควรจัดที่นอนโดยเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคลื่นรบกวนจำพวกทีวีหรือวิทยุออกไปให้หมด รวมทั้งวางเตียงให้อยู่ห่างจากประตูด้วยนะคะ

  1. เลือกใช้สีสบายตา

สีแต่ละสีนั้นให้อารมณ์แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าคุณอยากให้บ้านของคุณดูเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน ก็ควรเลือกใช้สีที่เหมาะกับบรรยากาศ เช่น สีฟ้า, สีม่วงอ่อน, สีพีช, สีเขียวอ่อน หรือสีอื่น ๆ ที่จัดอยู่ในจำพวกเอิร์ธโทน เท่านี้ก็จะช่วยให้บ้านของคุณดูอ่อนโยนสบายตา น่าพักผ่อนมาก ๆ แล้ว

ทั้งนี้เพื่อให้คุณสามารถผ่อนคลายกับบรรยากาศสบาย ๆ ในบ้านได้มากขึ้น อาจมองหาเพลงเพราะ ๆ มาเปิดคลอระหว่างนั่งเล่นอ่านหนังสือที่บ้านด้วยก็ได้นะคะ รับรองว่าเพลงเบา ๆ จะช่วยให้พลังที่หมุนเวียนอยู่ทำงานได้ดีขึ้นอีกเยอะเลย