โครงการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลทำรายได้ของกรมสรรพากรลดลงมากกว่า120,000 ล้านบาท

         นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิช- เข้ามาในเมืองไทยทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจในเมืองไทยนั้นประสบปัญหาอย่างหนักจะเห็นได้จากการที่โรงงานและบริษัทต่างๆทยอยปิดกิจการลงรวมถึงการที่บริษัทต่างๆเลิกจ้างคนงานทำให้สถานการณ์ตอนนี้คนในประเทศไทยตกงานกันเป็นจำนวนมาก

         และแน่นอนว่าด้วยประชาชนคนไทยร้อนทั้งรัฐบาลเองจึงได้ออกโครงการต่างๆอนุมัติเงินออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่กำลังประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้โดยส่วนใหญ่โครงการที่ทางด้านรัฐบาลออกมาก็จะเป็นการแจกเงินตามโครงการต่างๆรวมถึงประสานงานกับหน่วยงานของรัฐในเรื่องของการช่วยเหลือลดการเรียกเก็บเงินไม่ว่าจะเป็นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประชาชนจะต้องมีการส่ง

       โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับหากมีการเรียกเก็บภาษีก็จะลดจำนวนเปอร์เซ็นต์การเรียกเก็บลงและยังมีการขยายการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มออกไป  ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือประชาชนและเจ้าของบริษัทโรงงานต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสส่งผลต่อธุรกิจของพวกเขา

         อย่างไรก็ตามด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลที่มีการประสานงานทั้งบริษัทของรัฐและของเอกชนในการช่วยเหลือฟื้นฟูปัญหาเศรษฐกิจช่วยขยายยืดระยะเวลาการชำระหนี้หรือการจ่ายค่าภาษีของประชาชนออกไปกลับส่งผลให้ในขณะนี้หน่วยงานของรัฐบาลทุกหน่วยงานที่จะต้องเรียกเก็บเงินของประชาชนอย่างเช่นหน่วยงานของกรมภาษีสรรพากรซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องมีการเรียกเก็บภาษีของประชาชนตามเงื่อนไขของการเรียกเก็บเต็มจำนวน

      แต่เนื่องจากได้มีการอนุมัติมาให้ลดการเก็บภาษีลงจึงส่งผลให้กรมสรรพากรนั้นมีรายได้เข้าไปที่สรรพากรลดลงเช่นเดียวกันโดยจากเดิมที่กรมสรรพากรนั้นจะสามารถเรียกเก็บเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากประชาชนและบริษัทต่างๆได้ต่อปีถึง 1.82 ล้านล้านบาทแต่ในขณะนี้จากการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชนให้มีการจ่ายภาษีลดน้อยลงทำให้ได้เงินงบประมาณน้อยกว่าจากที่ตั้งเป้าเอาไว้ซึ่งงบประมาณที่ได้มานั้นเมื่อคำนวณแล้วมียอดการได้รับลดลงมากกว่า      120,000 ล้านบาท ไปที่เดียว

        อะไรก็ตามแต่รายได้นี้จะเป็นเพียงแค่ในช่วงเวลาที่กำลังประสบปัญหาของเศรษฐกิจทรุดต้นนั้นซึ่งในปีต่อไปเงื่อนไขของการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก็ยังเป็นเงื่อนไขเดิม  ดังนั้นมีปีนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เคยจ่ายอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ก็จะถูกลดลงมาเหลือแค่เพียง 1.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในตอนนี้     

       สำหรับงบประมาณที่กรมสรรพากรมีการเรียกเก็บประชาชนไปนั้นจะนำงบประมาณดังกล่าวไปเข้ากระทรวงการคลังโดยเงินในครั้งนี้จะถูกดึงออกมาเพื่อทำการพัฒนาประเทศชาติในแต่ละปี ซึ่งเงินเหล่านี้จะถูกจัดสรรปันส่วนไปยังหน่วยราชการหน่วยต่างๆในทุกๆปี